fbpx

แจก 4 สูตรซาลาเปาแป้งนุ่ม ทำเองได้ง่ายๆ

พบกันอีกแล้ว สำหรับวันนี้ SUMIRE ขอนำเสนอเมนูซาลาเปา แป้งนุ่มน่ากิน ไส้ทะลัก ฟินสุดๆ คนไทยส่วนใหญ่จะเน้นทานเป็นมื้ออาหารว่าง หรือของทานเล่น แต่คนจีนเน้นทานเป็นมื้อเช้ากันเลยนะ และแน่นอนฟังจากชื่อแล้วก็คงจะเป็นอาหารจีนแน่นอน

 

ที่มาของซาลาเปา

ซาลาเปา เป็นอาหารเช้าของชาวจีนชนิดหนึ่งที่ทำมาจากแป้งสาลีและยีสต์ และนำมาผ่านขบวนการนึ่งเชื่อว่าถือกำเนิดขึ้นมาในยุคราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960-1279) ต้นกำเนิดของซาลาเปานั้นมาจากก้อนแป้งนึ่งที่เรียกว่า “หม่านโถว” นานเข้าก็แผลงเป็น “หมั่นโถว” และทำตกทอดกันมาจนแพร่หลายโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงแป้งนึ่งแบบไม่มีไส้ และได้กลายมาเป็นอาหารที่ชาวจีนทางภาคเหนือนิยมรับประทานกันเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่าง โดยการเพิ่มไส้เข้าไปด้วยเป็นเนื้อหรือผัก ชาวจีนทางภาคเหนือนิยมเรียก “เปาจึ”  หรือ “ซาลาเปา” ส่วนที่นิยมนำมารับประทาน ได้แก่ ซาลาเปาไส้หมู และซาลาเปาไส้ครีม ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชุดอาหารติ่มซำในวัฒนธรรมจีน ซาลาเปาสามารถนำมารับประทานได้ในทุกมื้ออาหาร ซึ่งนิยมมากในมื้ออาหารเช้า ส่วนจุดสีแดงที่อยู่บนแป้งซาลาเปานั้นเพราะคนจีนเชื่อว่าสีขาวล้วนซึ่งเป็นสีของแป้งซาลาเปาไม่เป็นมงคล เพราะสีขาวล้วนเป็นสีของการไว้ทุกข์ดังนั้นจึงมีการแต้มจุดสีแดงซึ่งเป็นสีของความมงคลตามความเชื่อของจีนลงไปบนลูกซาลาเปา

 

หมั่นโถวกับซาลาเปา ต่างกันยังไง

หมั่นโถวและซาลาเปาต่างกันอย่างไร ความจริงแล้วไม่ต่าง เพราะจากหมั่นโถวมีไส้ เมื่อคนจีนทางเหนือรับเอาอาหารชนิดนี้ไป มีการปรับรูปร่างของอาหาร จากขนาดเท่าหัวคนก็ทำให้เล็กลง และเรียกอาหารชนิดนี้ด้วยคำของชาวจีนทางเหนือว่า เปาจึ และคำว่า หมั่นโถว ใช้เรียกขนมแป้งที่ไม่มีไส้นั่นเองตามปกติแล้ว ในประเทศไทย ซาลาเปาจะหาซื้อกินได้ง่าย มีขายตั้งแต่รถเข็น ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงร้านขึ้นห้าง และภัตตาคารจีน ที่เราคุ้นเคยก็คงจะเป็นไส้หมู ไส้ครีม ไส้ถั่วดำ ไส้หมูแดง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันมีแบบไส้ลาวา ไส้ผัก ไส้ฟักทองไส้เผือก หรือทำเป็นตัวการ์ตูนน่ารัก

 

ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม