มาทำความรู้จักกับ “ เบียร์ ” ที่เป็นเครื่องดื่ม คอเบียร์ห้ามพลาด!

ถ้าพูดถึงความมาแรงในตอนนี้ จะพลาดเรื่อง “เบียร์” ได้อย่างไรกัน ใครที่เป็นคอเบียร์ห้ามพลาดเลยกับบทความนี้ หลายๆคนที่ดื่มเบียร์อาจจะยังไม่รู้วิธีการทำเบียร์ วันนี้เรามาเจาะลึกในเรื่องของวัตถุดิบการทำเบียร์และวิธีการทำเบียร์ แถมยังมีประเภทของเบียร์ให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อมๆกันอีกด้วยนะ

 

วัตถุดิบหลักในการหมักเบียร์

  • ยีสต์ (Yeast) – วัตฤดิบสำคัญสำหรับการหมักเบียร์เลย ยี่สต์จะทำให้เกิดแอลกอฮอล์และก๊าซ
  • คาร์บอนไดอ็อกไซด์ โดยยีสต์ที่ใช้จะมี 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Top Ferment (ยีสต์ที่จะลอยตัวอยู่ที่ผิวหน้ำของเบียร์ การหมักเบียร์ด้วยวิธีนี้จะปันวิธีทำเบียร์ประเภท) และ Bottom Ferment (ยีสด์ที่จะจมอยู่ที่ก้นภาชนะเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก)
  • มอลต์ (Malt) – เมล็ดธัญพืชที่นำมาหมักเบียร์ แต่ละเจ้าก็จะใช้คนละชนิด ซึ่งมีผลต่อสีและรสชาติของเบียร์
  • ฮ็อปส์ (Hops) – ดอกฮ็อปส์เป็นพืชที่ให้กลิ่นหอมและมีรสขม ช่วยเพิ่มอายุการเก็บเบียร์ได้
  • น้ำ (Water) – 95% ของเบียร์คือน้ำ

 

วิธีการทำเบียร์

  • Mashing: การนำมอลต์บดหยาบต้มในน้ำอุ่นประมาณ 60 – 70 องศาเซลเซียส และนำไปต้มใน Mash Tun ผสมจนได้น้ำลักษณะเหลวข้นหวาน ๆ เรียกว่า Wort
  • Boiling: นำ Wort มาต้มให้เดือดในอุณหภูมิ 100 องศา แล้วใส่ hops ลงไปตามสูตรที่ต้องการ
  • Whirlpool: วนน้ำที่ต้มแล้ว ทำให้เกิดการตกตะกอนและเพื่อลดอุณหภูมิให้เหมาะสำหรับขั้นตอนในการหมักต่อไป
  • Ferment: ย้ายน้ำ Wort มาใส่ในถังหมัก ใส่ยีสต์ตามชนิดที่ต้องการเพื่อให้ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ โดยขั้นตอนนี้ต้องควบคุมอุณหภูมิ จนได้ค่าปริมาณแอลกอฮอล์ตามต้องการ การทำงานของยีสต์แบ่งเป็น 2 แบบตามประเภทของยีสต์คือ

Ale Yeast คือยีสต์ที่ทำงานที่ผิวหน้าของน้ำเบียร์ (Top ferment) จะได้เบียร์ประเภท Ale

Lager Yeast คือยีสต์ที่ทำงานด้านล่างของน้ำเบียร์ (Bottom ferment) จะได้เบียร์ประเภท Lager

  • Packaging: นำเบียร์ที่ได้มาบรรจุใส่ขวดกระป๋องหรือถัง ตามความต้องการของผู้ผลิต

 

เบียร์ลาเกอร์ (Lager beer)

Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) เป็นเบียร์ที่ผ่านการหมักแบบสต์จมอยู่ที่กันภาชนะ เมื่อหมักเสร็จเรียบร้อย ยีสต์จะจมอยู่ที่ด้านล่างของเบียร์ หรือที่เรียกว่า Bottom-Fermenting Yeast ครับ โดยจะใช้อุณหภูมิในการหมักอยู่ที่ 7-12 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างต่ำ และถ้าจะดื่มก็ต้องรอนานกันหน่อยนะ เพราะเบียร์ลาเกอร์จะใช้เวลาหมักนานถึง 2 – 3 เดือนเลยทีเ