fbpx

ผักกูด วัตถุดิบพื้นบ้าน สารอาหารสูง ทำกินเองไม่ยาก

ผักกูดหรือกูดกิน ความจริงแล้วผักกูดไม่ได้เป็นพืชผัก แต่เป็นพืชที่เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้ ต้นเมื่อมีอายุน้อยมักจะเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว เมื่ออายุมากขึ้นจะพบว่าเป็นใบประกอบแบบสองชั้น มักนำมาทานคู่กับน้ำพริกกะปิ หรือนำไปทำตามนูต่างๆ โดยส่วนที่นำมาปรุงเป็นอาหารก็คือส่วนของ ฟรอนด์ (Frond) หรือก้านใบใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจากลำต้น มีส่วนปลายม้วนงอ และส่วนปลายนี้แหละจะค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นใบอ่อนและใบแก่ตามลำดับ

 

สรรพคุณของผักกูด         

  • ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ใบ)
  • ผักกูดอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและเบตาแคโรทีน การรับประทานผักกูดร่วมกับเนื้อสัตว์จะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย (ใบ)
  • ใบผักกูดนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ใบ)
  • ผักกูดเป็นผักที่มีคุณสมบัติช่วยดับร้อน ทำให้ร่างกายปรับสภาพอุณหภูมิให้เข้ากับฤดูได้
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด (ใบ)
  • ช่วยบำรุงโลหิต เนื่องจากผักกูดเป็นผักที่มีธาตุเหล็กมากที่สุดเป็นอันดับ 1 (ใบ)
  • ช่วยแก้โรคโลหิตจาง (ใบ)
  • ช่วยบำรุงสายตา (ใบ)
  • ช่วยลดความดันโลหิตสูง (ใบ)
  • ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้ (ใบ)
  • ผักกูดเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดี (ใบ)
  • ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษอักเสบ (ใบ)

 

เลือกผักกูดยังไงไม่ให้ขม

ผักกูด มีหัวเป็นเหง้าตั้งตรง มีเกล็ดสีน้ำตาลเข้ม อยู่เป็นกอ รากแตกฝอยเป็นกระจุกใหญ่ ก้านใบแตกจาก เหง้าใต้ดิน ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย จากปลายสู่โคน ก้านใบยาวได้ประมาณเกือบหนึ่งเมตร ปลายใบแหลมขอบใบเรียบเป็นหยักเล็กน้อย โคนต้นพองออกมีขนสีน้ำตาลแดงโดยรอบขยายพันธุ์ ด้วยวิธีการใช้เหง้า ใช้สปอร์ หรือ ไหล โดยใช้ต้นอ่อนที่แยกออกมาจากต้นแม่ ส่วนปลายราก

ที่โผล่พ้นดินขึ้นมาจะเจริญเป็นต้นอ่อน สามารถแยกมาปลูกได้ แต่โดยปกติผักกูดจะขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ อับสปอร์แตกตามความยาวของเส้นใบย่อยอยู่ใต้ใบ ผักกูด มีหลายสายพันธุ์ มีทั้งชนิดที่ขมและไม่ขม โดยเลือกแต่ผักกูดที่มีสีเขียวอ่อน ๆ เหมือนยอดหญ้า จะได้ผักกูดที่มีความกรอบและรสหวานอร่อย ไม่ควรเลือกผักกูดสีเขียวเข้มอมดำหรือมีขน เพราะแข็งกระด้างและมีรสขม

 

ผักกูดน้ำมันหอย