fbpx

“ชาจากพืช” เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ หลากหลายประเภท

ชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างแพร่หลาย มีหลากหลายประเภทและรสชาติ แต่ละประเภทของชามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและชนิดของใบชา มีการผลิตและบริโภคในหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับกระบวนการแปรรูปและภูมิภาคที่ปลูกชา สุมาลี จะพาไปดูกันว่าชาที่เราบริโภคนั้นมีชาประเภทไหนบ้าง

 

ชาจากพืช คืออะไร

ชาจากพืช คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากส่วนต่าง ๆ ของพืช ได้แก่ ผล เนื้อผล เนื้อในผล เนื้อในเมล็ด จาว เปลือก ต้น ลำต้น ทั้งต้น ต้นอ่อน ยอดอ่อน ช่อดอกอ่อน หัว เหง้าหรือลำต้นใต้ดิน ราก เถา ใบ ดอก กลีบดอก กลีบเลี้ยง เมล็ด ที่ผ่านกระบวนการทำให้แห้ง อาจผ่านการบดหยาบหรือลดขนาด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปบริโภคโดยการต้มหรือชงกับน้ำ จะต้องไม่มีการปรุงแต่งกลิ่น รส ด้วยวัตถุอื่น เช่น น้ำตาล เกลือ เครื่องปรุงรสต่าง ๆ รวมทั้งวัตถุเจือปนอาหาร โดยพืชเหล่านี้ต้องมีประวัติการนำมาใช้เป็นอาหาร ไม่พบสารพิษธรรมชาติ หรือสารอื่นที่อาจมีอันตรายต่อสุขภาพ

 

ประเภทของชาตามสีของชา

  1. ชาขาว (white tea)คือ ชาจากยอดอ่อนใบชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักแล้วนำไปอบให้แห้ง แต่นำไปตากแดดหรือลมให้แห้งอย่างรวดเร็ว ชาขาวเป็นชาที่ผ่านกระบวนการแปรสภาพน้อยที่สุดจึงมีสีอ่อน และมีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด 
  2. ชาเขียว (green tea)คือ ชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักใช้ระยะเวลาในการผลิตที่สั้น โดยการอบไอน้ำหรือคั่วแล้วทำให้แห้ง ทำให้ใบชามีสีเขียว ชายังคงคุณค่าและคุณประโยชน์อยู่มาก
  3. ชาดำ (black tea)คือ ชาที่ผ่านกระบวนการหมักแล้วนำไปคั่วแล้วทำให้แห้ง ชาดำจะมีกลิ่นหอม รสขมกว่าชาเขียวเล็กน้อย ชาดำมีความเข้มข้นและปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวและชาขาว ยิ่งบ่มนานจะให้รสชาติมากขึ้น 

 

ดื่มชาดีต่อสุขภาพอย่างไร

  • ช่วยให้หัวใจแข็งแรง มีงานวิจัย ในเมืองนอกหลาย ๆ ฉบับยืนยันว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียวเป็นประจํา (วันละประมาณ 3 แก้ว) มี โอกาสเจ็บป่วยจากโรคหัวใจลดลงถึง 20% และลดโอกาสการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 35% เพราะว่าเมื่อดื่มชาเข้าไปแล้ว ระบบหมุนเวียนเลือดจะดีขึ้นนั่นเอง<